Spoiled Bleach 352
posted on 03 Apr 2009 10:12 by naruto-th
อุตส่าห์นึกว่าจะหมดซีรี่ส์ "ราคะ" ซะที...แต่มันยังกลับมาหลอกหลอนกันอยู่อีกแฮะ...
เอาเป็นว่าเชิญชม Spoil ตอนนี้กันได้เลยครับ :)
เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะอัดดาบอุลจนเละเทะหมดสภาพ แล้วเอาซีโร่จ่อยิงซ้ำระยะเผาขน
ตัดฉากไปทางฝั่งลูเคียที่สู้กับรูดโบน อารันคาร์หน้ากากควายหัวหน้าหน่วยเอ็กซีคิวต์ ซึ่งบัดนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่สุดๆ ตามร่างกายเต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งเกาะอยู่เต็มไปหมด กิ่งก้านสาขาทั้งหลายที่ใช้สำหรับสร้างผลหัวกะโหลกเรียกลูกน้องออกมาต่อสู้ได้เรื่อยๆ บัดนี้หักสะบั้นจนเหลืออยู่แค่ไม่กี่กิ่งเท่านั้น
"ถ้าความสามารถของแกคือการสร้างลูกน้องจากผลไม้ เรื่องก็ง่ายนิดเดียว" ยมทูตสาวเอ่ยปากเสียงเย็นชา "แค่ทำลายไอ้กิ่งก้านที่ผลไม้พวกนั้นงอกออกมาซะก็จบเรื่องแล้ว"
เจ้าหัวคาราบาวได้แต่นิ่งเงียบ โต้แย้งไม่ออกแม้แต่คำเดียว ด้วยรู้ดียิ่งกว่าใครว่าที่ลูเคียพูดออกมานั้นเป็นความจริงทุกอย่าง ไม่มีกิ่งก้านไหนบนร่างกายตนที่ถูกน้ำแข็งจับแล้วจะสามารถออกผลไม้หัวกะโหลกผลใหม่ได้เลย
หากก่อนที่ลูเคียจะทันได้มีโอกาสลงดาบปิดฉากการต่อสู้ อะไรบางอย่างก็ตกลงมาบนพื้นหินตรงกลางระหว่างลูเคียกับเจ้ารูดโบน เกิดเป็นเสียงระเบิดตูมจนลูเคียสะดุ้งตกใจ
ยมทูตสาวทันได้เห็นใบหน้าด้านข้างของยามี่ กับฝ่ามือหนาใหญ่ข้างหนึ่งของมันยื่นพรวดฝ่าม่านฝุ่นออกมาฟาดเปรี้ยงเข้าตรงก้านคอเจ้ารูดโบนพอดี
ลูเคียเบิกตาค้างตะลึงอยู่กับที่เพราะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเล่นงานพวกเดียวกันไปทำไม ตอนนั้นเองที่แรงปะทะจากการหล่นลงกระแทกพื้นในครั้งแรก ทำให้พื้นหินใต้ร่างของลูเคียแตกออกจนร่วงกราว ยมทูตสาวเสียศูนย์เซถลาตกลงมาจากหลังคาชั้นสองของหอคอยในลักษณะหัวทิ่มดิน โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบรับฉับพลันของลูเคียไวกว่า พลิกตัวกลางอากาศเปลี่ยนเอาเท้าลงสู่พื้นได้อย่างงดงาม
ทางด้านเจ้ายามี่นั้นกลับพุ่งพรวดต่อไปตามแรงตก กระแทกขอบยอดตึกใต้ฐานหอคอย (ตำแหน่งที่ลูเคียกับรูดโบนสู้กันอยู่) จนทะลุราวกับรถกระบะคันโตพุ่งชนกำแพงคอนกรีต ลอยละลิ่วหล่นโครมลงไปกลางพื้นทรายใกล้กับตำแหน่งที่แช้ดกับเร็นจิกำลังรับมือกับฝูงฮอลโลว์อารันคาร์อยู่พอดี
ทั้งหมดตกตะลึงกับการปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของยามี่ไม่น้อย (แช้ดถึงกับหลุดปากตะโกนเรียกชื่อยามี่ออกมาเลยทีเดียว)
"แปลก" จู่ๆ แช้ดกลับเอ่ยปากอย่างสงสัย "ชั้นเคยสู้กับเจ้านี่ครั้งนึกบนโลกมนุษย์ จำได้ว่าเป็นผู้ชายร่างใหญ่ก็จริง แต่ไม่ได้ตัวโตเป็นยักษ์ขนาดนี้นี่นา?"
คำพูดของแช้ดทำเอาเร็นจิถึงกับโวยวายว่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง แต่แช้ดก็ยังยืนยันคำเดิมว่ารูปร่างของยามี่ต่างไปจากตอนที่เคยสู้กันคราวนั้นจริงๆ
ข้างเจ้ายามี่ไม่ได้สนใจบทสนทนาระหว่างฝ่ายยมทูตเลยแม้แต่นิด ดวงตาของเจ้าเอสปาด้าอันดับท้ายสุดวาววับด้วยความเดือดดาล ก่อนจะแผดเสียงคำรามออกมา "หนอย ไอ้แว่นสี่ตานั่น ยกโทษให้ไม่ได้ จะบี้ให้ขี้แตกเลยโว้ยยยยยยยยยย!!"
ฝ่ายพวกลูเคียเมื่อเห็นกิริยาเหมือนกระทิงเมาเลือดของยามี่ดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือทันที หากยังไม่ทันจะได้เริ่มปะทะกัน ก็บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากยอดโดมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดในที่นั้นชะงักการเคลื่อนไหวแล้วหันกลับไปมองยังทิศที่เสียงระเบิดดังมาในทันที
ณ ตรงนั้น พวกเขาได้เห็นเสาแสงขนาดมหึมาทอดยาวเป็นทางจากเพดานยอดโดมจรดพื้นทรายเบื้องล่าง
"...พลังกดดันวิญญาณนี่...อิจิโกะนี่นา...!" ลูเคียร้อง เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึง
------------------------------------------------------------
ตัดมาทางยอดโดมของลาส์ นอเช่ที่พังยับเยินทั้งจากซีโร่ของอุลคิโอร่าและอิจิโกะ ท่ามกลางม่านฝุ่นม่านควันจากแรงระเบิดที่ปลิวตลบคล้ายกำแพงเมฆนั้น ร่างสูงโปร่งของอิจิโกะในสภาพฮอลโลว์ยืนจังก้าลอยอยู่กลางอากาศ มือขวาถือดาบเท็นสะซันเงสึ ส่วนมือซ้ายจับปีกข้างขวาของอุลคิโอร่า ซึ่งบัดนี้ตัวขาดท่อนล่างโดนเป่าหายไปโดยสมบูรณ์ เหลือแต่เพียงศีรษะ ลำตัวท่อนบน แขนขวา แขนซ้ายบางส่วน และปีกข้างขวาเท่านั้น
อิจิโกะสะบัดมือ เหวี่ยงร่างยับเยินของอุลคิโอร่าลอยไปกองอยู่ตรงยอดโดมอีกฟากหนึ่ง มือขวาเปลี่ยนจากถือดาบตั้งขึ้นเป็นจับปลายดาบชี้ลงเหมือนเวลาถือมีด จากนั้นจึงย่างสามขุมอย่างช้าๆ มาหยุดลงตรงด้านข้างร่างไม่ไหวติงนั้น ปลายดาบจรดลงจ่อตรงคอหอย แล้วเงื้อขึ้นเกร็งกำลังเตรียมพร้อม แล้วแทงลงไปทันที
หากชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะเสียบทะลุคอของอุลคิโอร่า ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาคว้าข้อมือของอิจิโกะไว้แน่น...อิชิดะนั่นเอง
"...พอเถอะ" เจ้าหนุ่มควินซี่บอก "หมอนี่เป็นศัตรูก็จริง แต่ก็ไม่เห็นจะต้องฆ่าแกงกันเลยนี่นา พอได้แล้วละ คุโรซากิ"
ได้ยินดังนั้น แทนที่อิจิโกะจะยอมถอนดาบกลับไปแต่โดยดี กลับออกแรงเกร็งกำลังมือหนักยิ่งกว่าเดิม ทำเอาอิชิดะต้องเกร็งกำลังมือเพิ่มตามจนมือสั่นระริก
"ไม่ได้ยินที่ชั้นพูดรึไง คุโรซากิ...!" อิชิดะยังไม่ยอมแพ้ "ชั้นบอกให้หยุดไงเล่า...! ถ้านายทำแบบนั้น นายจะไม่ใช่มนุษย์ไปจริงๆ นะ...!"
ทว่าคำพูดเตือนสติของอิชิดะไม่เข้าหูอิจิโกะเลยแม้แต่น้อย เจ้าหนุ่มผู้ถูกครอบงำยังคงเกร็งกำลังข้อมือเต็มที่ พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะทำให้แขนของอิชิดะล้าจนทนไม่ไหวต้องปล่อยมือไปเอง ในขณะที่อิชิดะเองก็เกร็งกำลังบีบแขนสุดชีวิตเช่นเดียวกัน ตั้งใจมั่นที่จะไม่ยอมให้อิจิโกะลงมือฆ่าใครในที่นี้เด็ดขาด
แต่ถึงแม้จะแข็งแกร่งปานใด อิชิดะก็ยังเป็นมนุษย์ ไม่มีทางที่จะไปต่อกรกับกำลังมหาศาลผิดมนุษย์ของอิจิโกะในสภาพฮอลโลว์ได้เลย ดังนั้นไม่ช้า จึงเห็นว่าปลายดาบเท็นสะซันเงสึที่สั่นระริกนั้นค่อยๆ เลื่อนลงสู่คอหอยของอุลคิโอร่าทีละน้อยๆ จนในที่สุดก็อยู่ห่างลูกกระเดือกไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรด้วยซ้ำ
เห็นดังนั้น อิชิดะจึงส่งเสียงตะโกนออกไปทันที โดยหวังว่าเสียงเรียกนี้จะช่วยปลุกอิจิโกะให้คืนสติได้ "คุโรซากิ!!!"
ครั้งนี้เองที่อิจิโกะมีปฏิกิริยากับเสียงของอิชิดะเป็นครั้งแรก ปลายดาบที่จ่อแทบชิดคอหอยอุลคิโอร่าเปลี่ยนทิศทางโดยพลัน พุ่งเข้าเสียบท้องน้อยทะลุออกหลังในชั่วพริบตา แรงจากการสะบัดแขนแทงดาบ ซัดอิชิดะจนตัวปลิวลอยละลิ่วไปข้างหลังราวกับตุ๊กตาถูกจับขว้าง
"อิชิดะคุง!!!!" โอริฮิเมะกรีดร้องอย่างเสียขวัญเมื่อเห็นอิชิดะกระเด็นออกมาทั้งๆ ที่มีดาบของอิจิโกะปักคาลำตัวอยู่ แล้วถลันจะเข้าไปดูอาการควินซี่หนุ่ม
หากเสียงเสียงหนึ่งที่มากระทบโสตประสาท กลับทำให้โอริฮิเมะต้องชะงักเท้าอยู่แค่นั้น
"...ช่วย...เอง..." เสียงแหบแห้งโหยหวนราวกับเสียงผีร้าย แต่ยังคงความอาทรอย่างที่อิจิโกะคนเดิมเคยมีเสมอไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง "ชั้น...จะ...ช่วย...เธอ...เอง..."
น้ำเสียงฟังดูแผ่วเบา แต่สำหรับโอริฮิเมะกลับฟังคล้ายเสียงสายฟ้าฟาดเข้ากลางดวงใจจนมึนชา แต่ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วครู่นี้ได้อย่างชัดเจนราวกับเห็นภาพตรงหน้า
"เพราะเรา..." เด็กสาวร้องอยู่ในใจ "เพราะเราพูดแบบนั้น...คุโรซากิคุงถึงได้พยายามจะช่วยเรา"
เด็กสาวหลับตาแน่น นิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดเมื่อนึกได้ถึงความจริงข้อนั้น
"ทำไมกัน" เธอถามตัวเองในใจ "เราพยายามฝึกฝนเพื่อไม่ให้ต้องเป็นภาระของคุโรซากิคุง ที่เรามาที่นี่ก็เพราะอยากปกป้องคุโรซากิคุง ทั้งที่เป็นแบบนั้นแท้ๆ แล้วทำไมกัน ถึงที่สุดแล้ว ทำไมเราถึงยังหวังพึ่งพาคุโรซากิคุงอยู่อีก"
ทางด้านอิจิโกะนั้นกลับเดินหน้าทื่อๆ เข้าหาอิชิดะที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนเอามือกุมท้องที่โดนดาบปักคาอยู่ ก่อนจะหยุดอยู่ในระยะห่างๆ แล้วชาร์จอณูวิญญาณมารวมกันที่เขาเตรียมปล่อยซีโร่ทันที
"เดี๋ยวก่อน คุโรซากิคุง!!!" โอริฮิเมะตะโกนห้ามออกไป...ด้วยเสียงทั้งหมดที่ตัวเองมีเหลืออยู่ "คุโรซากิคุง!!!!"
แต่อิจิโกะไม่ฟังเสียงของโอริฮิเมะแม้แต่น้อย ยังคงยืนนิ่งชาร์จพลังวิญญาณทั้งๆ ที่ปลายเขาสองข้างเล็งไปยังอิชิดะอยู่อย่างนั้น
ชั่วขณะที่โอริฮิเมะคิดว่าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างนั้นเอง...
ทันใดนั้น ร่างของอุลคิโอร่าที่ใครๆ นึกว่าโดนเล่นงานอาการสาหัสปางตายนอนกองอยู่กับพื้นเฉยๆ กลับขยับตัวขึ้นจากพื้นวูบ ลำตัวท่อนล่างเพิ่งจะฟื้นฟูรักษาความเสียหายเสร็จ แต่ปีกซ้ายแขนซ้ายรวมทั้งขาสองข้างยังงอกออกมาไม่ทันดีนัก แต่กระนั้นก็ยังกระโจนเข้าใส่อิจิโกะจากทางด้านหลังพร้อมเงื้อหอกอณูวิญญาณในมือขวาฟาดเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย
คมหอกตัดเขาข้างซ้ายบนหน้ากากของอิจิโกะจนขาดออกจากกันอย่างแม่นยำ
พริบตานั้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับก้อนอณูวิญญาณที่อิจิโกะดึงจากบรรยากาศรอบข้างมารวมกัน อณูวิญญาณจำนวนมหาศาลเหล่านั้นรวมตัวเข้าหากันด้วยการควบคุมของเขาทั้งสองข้าง ดังนั้น เมื่อขาดเขาไปข้างหนึ่ง ก้อนอณูวิญญาณนั้นจึงเริ่มเสียความสมดุล มันเริ่มบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรงและปูดโปนออกราวกับลูกโป่งที่ถูกอัดลมเข้าใส่จนเกินขนาดที่จะรับไหว
แล้วก้อนอณูวิญญาณนั้นก็ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวคาใบหน้าของอิจิโกะในบัดดล!!
สังหรณ์ใจอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแฮะ ว่าเล่นดาบอุลเสร็จ อิจิโกะมันต้องเล่นคนอื่นๆ ต่อแหงๆ (ถึงส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิชิดะเข้าไปหาเองก็เถอะ)
หลายคนอาจเห็นว่าที่อิชิดะทำนั้นฟังดู "รนหาที่" "ยุ่งไม่เข้าเรื่อง" "หมูจะหามดันทะลึ่งเอาคานเข้ามาสอด" อิจิโกะกำลังจะจัดการศัตรูได้อยู่แล้ว จะเข้าไปขวางไม่ให้จัดการทำไม แต่ถ้าคิดในอีกมุมหนึ่ง ผมคิดว่าอิชิดะคงคิดไม่ต่างจากซากุระตอนเข้าไปห้ามไม่ให้ซาสึเกะในสภาพปล่อยอักขระเล่นงานพวกลูกน้องของโอโรจิมารุในเล่ม 5 หรอกครับ คือเห็นว่าสิ่งที่อิจิโกะทำในตอนนี้นั้น "ล้ำเส้น" ความเป็นมนุษย์มากไปแล้ว จริงอยู่มันอาจทำให้เอาชนะศัตรูได้อย่างเด็ดขาด แต่ถ้าต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นมนุษย์ สูญเสียความเป็นตัวเอง แล้วกลายเป็นปีศาจกระหายเลือดไปจริงๆ อิชิดะคงคิดว่ามันไม่คุ้มเลยที่จะกำจัดคู่ต่อสู้แบบนั้น เพราะสำหรับอิชิดะแล้ว เขาคงคิดว่าความเป็นมนุษย์และความดีงามในฐานะมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งไว้แบบนี้ ถึงได้พยายามที่จะห้ามอิจิโกะจนสุดกำลังของตัวเอง
ก็หวังว่าโดนระเบิดอัดเข้าเต็มหน้าแบบนั้นจะช่วยเรียกสติให้ได้บ้างนะ ซึ่งจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ไว้ติดตามกันตอนหน้านะครับ :)
อนึ่ง ในจัมป์เล่มนี้ เรื่องที่ผมลุ้นจริงๆ ไม่ใช่ทั้งนารุโตะรึ Bleach แฮะ แต่กลับเป็นนูระหลานจอมภูตตอนใหม่มากกว่า...เล่นแรงเอาเรื่องเหมือนกันนะอ.ชิอิบาชิ...
เอาเป็นว่าเชิญชม Spoil ตอนนี้กันได้เลยครับ :)
เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะอัดดาบอุลจนเละเทะหมดสภาพ แล้วเอาซีโร่จ่อยิงซ้ำระยะเผาขน
ตัดฉากไปทางฝั่งลูเคียที่สู้กับรูดโบน อารันคาร์หน้ากากควายหัวหน้าหน่วยเอ็กซีคิวต์ ซึ่งบัดนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่สุดๆ ตามร่างกายเต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งเกาะอยู่เต็มไปหมด กิ่งก้านสาขาทั้งหลายที่ใช้สำหรับสร้างผลหัวกะโหลกเรียกลูกน้องออกมาต่อสู้ได้เรื่อยๆ บัดนี้หักสะบั้นจนเหลืออยู่แค่ไม่กี่กิ่งเท่านั้น
"ถ้าความสามารถของแกคือการสร้างลูกน้องจากผลไม้ เรื่องก็ง่ายนิดเดียว" ยมทูตสาวเอ่ยปากเสียงเย็นชา "แค่ทำลายไอ้กิ่งก้านที่ผลไม้พวกนั้นงอกออกมาซะก็จบเรื่องแล้ว"
เจ้าหัวคาราบาวได้แต่นิ่งเงียบ โต้แย้งไม่ออกแม้แต่คำเดียว ด้วยรู้ดียิ่งกว่าใครว่าที่ลูเคียพูดออกมานั้นเป็นความจริงทุกอย่าง ไม่มีกิ่งก้านไหนบนร่างกายตนที่ถูกน้ำแข็งจับแล้วจะสามารถออกผลไม้หัวกะโหลกผลใหม่ได้เลย
หากก่อนที่ลูเคียจะทันได้มีโอกาสลงดาบปิดฉากการต่อสู้ อะไรบางอย่างก็ตกลงมาบนพื้นหินตรงกลางระหว่างลูเคียกับเจ้ารูดโบน เกิดเป็นเสียงระเบิดตูมจนลูเคียสะดุ้งตกใจ
ยมทูตสาวทันได้เห็นใบหน้าด้านข้างของยามี่ กับฝ่ามือหนาใหญ่ข้างหนึ่งของมันยื่นพรวดฝ่าม่านฝุ่นออกมาฟาดเปรี้ยงเข้าตรงก้านคอเจ้ารูดโบนพอดี
ลูเคียเบิกตาค้างตะลึงอยู่กับที่เพราะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเล่นงานพวกเดียวกันไปทำไม ตอนนั้นเองที่แรงปะทะจากการหล่นลงกระแทกพื้นในครั้งแรก ทำให้พื้นหินใต้ร่างของลูเคียแตกออกจนร่วงกราว ยมทูตสาวเสียศูนย์เซถลาตกลงมาจากหลังคาชั้นสองของหอคอยในลักษณะหัวทิ่มดิน โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบรับฉับพลันของลูเคียไวกว่า พลิกตัวกลางอากาศเปลี่ยนเอาเท้าลงสู่พื้นได้อย่างงดงาม
ทางด้านเจ้ายามี่นั้นกลับพุ่งพรวดต่อไปตามแรงตก กระแทกขอบยอดตึกใต้ฐานหอคอย (ตำแหน่งที่ลูเคียกับรูดโบนสู้กันอยู่) จนทะลุราวกับรถกระบะคันโตพุ่งชนกำแพงคอนกรีต ลอยละลิ่วหล่นโครมลงไปกลางพื้นทรายใกล้กับตำแหน่งที่แช้ดกับเร็นจิกำลังรับมือกับฝูงฮอลโลว์อารันคาร์อยู่พอดี
ทั้งหมดตกตะลึงกับการปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของยามี่ไม่น้อย (แช้ดถึงกับหลุดปากตะโกนเรียกชื่อยามี่ออกมาเลยทีเดียว)
"แปลก" จู่ๆ แช้ดกลับเอ่ยปากอย่างสงสัย "ชั้นเคยสู้กับเจ้านี่ครั้งนึกบนโลกมนุษย์ จำได้ว่าเป็นผู้ชายร่างใหญ่ก็จริง แต่ไม่ได้ตัวโตเป็นยักษ์ขนาดนี้นี่นา?"
คำพูดของแช้ดทำเอาเร็นจิถึงกับโวยวายว่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง แต่แช้ดก็ยังยืนยันคำเดิมว่ารูปร่างของยามี่ต่างไปจากตอนที่เคยสู้กันคราวนั้นจริงๆ
ข้างเจ้ายามี่ไม่ได้สนใจบทสนทนาระหว่างฝ่ายยมทูตเลยแม้แต่นิด ดวงตาของเจ้าเอสปาด้าอันดับท้ายสุดวาววับด้วยความเดือดดาล ก่อนจะแผดเสียงคำรามออกมา "หนอย ไอ้แว่นสี่ตานั่น ยกโทษให้ไม่ได้ จะบี้ให้ขี้แตกเลยโว้ยยยยยยยยยย!!"
ฝ่ายพวกลูเคียเมื่อเห็นกิริยาเหมือนกระทิงเมาเลือดของยามี่ดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือทันที หากยังไม่ทันจะได้เริ่มปะทะกัน ก็บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากยอดโดมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดในที่นั้นชะงักการเคลื่อนไหวแล้วหันกลับไปมองยังทิศที่เสียงระเบิดดังมาในทันที
ณ ตรงนั้น พวกเขาได้เห็นเสาแสงขนาดมหึมาทอดยาวเป็นทางจากเพดานยอดโดมจรดพื้นทรายเบื้องล่าง
"...พลังกดดันวิญญาณนี่...อิจิโกะนี่นา...!" ลูเคียร้อง เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึง
------------------------------------------------------------
ตัดมาทางยอดโดมของลาส์ นอเช่ที่พังยับเยินทั้งจากซีโร่ของอุลคิโอร่าและอิจิโกะ ท่ามกลางม่านฝุ่นม่านควันจากแรงระเบิดที่ปลิวตลบคล้ายกำแพงเมฆนั้น ร่างสูงโปร่งของอิจิโกะในสภาพฮอลโลว์ยืนจังก้าลอยอยู่กลางอากาศ มือขวาถือดาบเท็นสะซันเงสึ ส่วนมือซ้ายจับปีกข้างขวาของอุลคิโอร่า ซึ่งบัดนี้ตัวขาดท่อนล่างโดนเป่าหายไปโดยสมบูรณ์ เหลือแต่เพียงศีรษะ ลำตัวท่อนบน แขนขวา แขนซ้ายบางส่วน และปีกข้างขวาเท่านั้น
อิจิโกะสะบัดมือ เหวี่ยงร่างยับเยินของอุลคิโอร่าลอยไปกองอยู่ตรงยอดโดมอีกฟากหนึ่ง มือขวาเปลี่ยนจากถือดาบตั้งขึ้นเป็นจับปลายดาบชี้ลงเหมือนเวลาถือมีด จากนั้นจึงย่างสามขุมอย่างช้าๆ มาหยุดลงตรงด้านข้างร่างไม่ไหวติงนั้น ปลายดาบจรดลงจ่อตรงคอหอย แล้วเงื้อขึ้นเกร็งกำลังเตรียมพร้อม แล้วแทงลงไปทันที
หากชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะเสียบทะลุคอของอุลคิโอร่า ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาคว้าข้อมือของอิจิโกะไว้แน่น...อิชิดะนั่นเอง
"...พอเถอะ" เจ้าหนุ่มควินซี่บอก "หมอนี่เป็นศัตรูก็จริง แต่ก็ไม่เห็นจะต้องฆ่าแกงกันเลยนี่นา พอได้แล้วละ คุโรซากิ"
ได้ยินดังนั้น แทนที่อิจิโกะจะยอมถอนดาบกลับไปแต่โดยดี กลับออกแรงเกร็งกำลังมือหนักยิ่งกว่าเดิม ทำเอาอิชิดะต้องเกร็งกำลังมือเพิ่มตามจนมือสั่นระริก
"ไม่ได้ยินที่ชั้นพูดรึไง คุโรซากิ...!" อิชิดะยังไม่ยอมแพ้ "ชั้นบอกให้หยุดไงเล่า...! ถ้านายทำแบบนั้น นายจะไม่ใช่มนุษย์ไปจริงๆ นะ...!"
ทว่าคำพูดเตือนสติของอิชิดะไม่เข้าหูอิจิโกะเลยแม้แต่น้อย เจ้าหนุ่มผู้ถูกครอบงำยังคงเกร็งกำลังข้อมือเต็มที่ พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะทำให้แขนของอิชิดะล้าจนทนไม่ไหวต้องปล่อยมือไปเอง ในขณะที่อิชิดะเองก็เกร็งกำลังบีบแขนสุดชีวิตเช่นเดียวกัน ตั้งใจมั่นที่จะไม่ยอมให้อิจิโกะลงมือฆ่าใครในที่นี้เด็ดขาด
แต่ถึงแม้จะแข็งแกร่งปานใด อิชิดะก็ยังเป็นมนุษย์ ไม่มีทางที่จะไปต่อกรกับกำลังมหาศาลผิดมนุษย์ของอิจิโกะในสภาพฮอลโลว์ได้เลย ดังนั้นไม่ช้า จึงเห็นว่าปลายดาบเท็นสะซันเงสึที่สั่นระริกนั้นค่อยๆ เลื่อนลงสู่คอหอยของอุลคิโอร่าทีละน้อยๆ จนในที่สุดก็อยู่ห่างลูกกระเดือกไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรด้วยซ้ำ
เห็นดังนั้น อิชิดะจึงส่งเสียงตะโกนออกไปทันที โดยหวังว่าเสียงเรียกนี้จะช่วยปลุกอิจิโกะให้คืนสติได้ "คุโรซากิ!!!"
ครั้งนี้เองที่อิจิโกะมีปฏิกิริยากับเสียงของอิชิดะเป็นครั้งแรก ปลายดาบที่จ่อแทบชิดคอหอยอุลคิโอร่าเปลี่ยนทิศทางโดยพลัน พุ่งเข้าเสียบท้องน้อยทะลุออกหลังในชั่วพริบตา แรงจากการสะบัดแขนแทงดาบ ซัดอิชิดะจนตัวปลิวลอยละลิ่วไปข้างหลังราวกับตุ๊กตาถูกจับขว้าง
"อิชิดะคุง!!!!" โอริฮิเมะกรีดร้องอย่างเสียขวัญเมื่อเห็นอิชิดะกระเด็นออกมาทั้งๆ ที่มีดาบของอิจิโกะปักคาลำตัวอยู่ แล้วถลันจะเข้าไปดูอาการควินซี่หนุ่ม
หากเสียงเสียงหนึ่งที่มากระทบโสตประสาท กลับทำให้โอริฮิเมะต้องชะงักเท้าอยู่แค่นั้น
"...ช่วย...เอง..." เสียงแหบแห้งโหยหวนราวกับเสียงผีร้าย แต่ยังคงความอาทรอย่างที่อิจิโกะคนเดิมเคยมีเสมอไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง "ชั้น...จะ...ช่วย...เธอ...เอง..."
น้ำเสียงฟังดูแผ่วเบา แต่สำหรับโอริฮิเมะกลับฟังคล้ายเสียงสายฟ้าฟาดเข้ากลางดวงใจจนมึนชา แต่ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วครู่นี้ได้อย่างชัดเจนราวกับเห็นภาพตรงหน้า
"เพราะเรา..." เด็กสาวร้องอยู่ในใจ "เพราะเราพูดแบบนั้น...คุโรซากิคุงถึงได้พยายามจะช่วยเรา"
เด็กสาวหลับตาแน่น นิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดเมื่อนึกได้ถึงความจริงข้อนั้น
"ทำไมกัน" เธอถามตัวเองในใจ "เราพยายามฝึกฝนเพื่อไม่ให้ต้องเป็นภาระของคุโรซากิคุง ที่เรามาที่นี่ก็เพราะอยากปกป้องคุโรซากิคุง ทั้งที่เป็นแบบนั้นแท้ๆ แล้วทำไมกัน ถึงที่สุดแล้ว ทำไมเราถึงยังหวังพึ่งพาคุโรซากิคุงอยู่อีก"
ทางด้านอิจิโกะนั้นกลับเดินหน้าทื่อๆ เข้าหาอิชิดะที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนเอามือกุมท้องที่โดนดาบปักคาอยู่ ก่อนจะหยุดอยู่ในระยะห่างๆ แล้วชาร์จอณูวิญญาณมารวมกันที่เขาเตรียมปล่อยซีโร่ทันที
"เดี๋ยวก่อน คุโรซากิคุง!!!" โอริฮิเมะตะโกนห้ามออกไป...ด้วยเสียงทั้งหมดที่ตัวเองมีเหลืออยู่ "คุโรซากิคุง!!!!"
แต่อิจิโกะไม่ฟังเสียงของโอริฮิเมะแม้แต่น้อย ยังคงยืนนิ่งชาร์จพลังวิญญาณทั้งๆ ที่ปลายเขาสองข้างเล็งไปยังอิชิดะอยู่อย่างนั้น
ชั่วขณะที่โอริฮิเมะคิดว่าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างนั้นเอง...
ทันใดนั้น ร่างของอุลคิโอร่าที่ใครๆ นึกว่าโดนเล่นงานอาการสาหัสปางตายนอนกองอยู่กับพื้นเฉยๆ กลับขยับตัวขึ้นจากพื้นวูบ ลำตัวท่อนล่างเพิ่งจะฟื้นฟูรักษาความเสียหายเสร็จ แต่ปีกซ้ายแขนซ้ายรวมทั้งขาสองข้างยังงอกออกมาไม่ทันดีนัก แต่กระนั้นก็ยังกระโจนเข้าใส่อิจิโกะจากทางด้านหลังพร้อมเงื้อหอกอณูวิญญาณในมือขวาฟาดเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย
คมหอกตัดเขาข้างซ้ายบนหน้ากากของอิจิโกะจนขาดออกจากกันอย่างแม่นยำ
พริบตานั้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับก้อนอณูวิญญาณที่อิจิโกะดึงจากบรรยากาศรอบข้างมารวมกัน อณูวิญญาณจำนวนมหาศาลเหล่านั้นรวมตัวเข้าหากันด้วยการควบคุมของเขาทั้งสองข้าง ดังนั้น เมื่อขาดเขาไปข้างหนึ่ง ก้อนอณูวิญญาณนั้นจึงเริ่มเสียความสมดุล มันเริ่มบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรงและปูดโปนออกราวกับลูกโป่งที่ถูกอัดลมเข้าใส่จนเกินขนาดที่จะรับไหว
แล้วก้อนอณูวิญญาณนั้นก็ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวคาใบหน้าของอิจิโกะในบัดดล!!
สังหรณ์ใจอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแฮะ ว่าเล่นดาบอุลเสร็จ อิจิโกะมันต้องเล่นคนอื่นๆ ต่อแหงๆ (ถึงส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิชิดะเข้าไปหาเองก็เถอะ)
หลายคนอาจเห็นว่าที่อิชิดะทำนั้นฟังดู "รนหาที่" "ยุ่งไม่เข้าเรื่อง" "หมูจะหามดันทะลึ่งเอาคานเข้ามาสอด" อิจิโกะกำลังจะจัดการศัตรูได้อยู่แล้ว จะเข้าไปขวางไม่ให้จัดการทำไม แต่ถ้าคิดในอีกมุมหนึ่ง ผมคิดว่าอิชิดะคงคิดไม่ต่างจากซากุระตอนเข้าไปห้ามไม่ให้ซาสึเกะในสภาพปล่อยอักขระเล่นงานพวกลูกน้องของโอโรจิมารุในเล่ม 5 หรอกครับ คือเห็นว่าสิ่งที่อิจิโกะทำในตอนนี้นั้น "ล้ำเส้น" ความเป็นมนุษย์มากไปแล้ว จริงอยู่มันอาจทำให้เอาชนะศัตรูได้อย่างเด็ดขาด แต่ถ้าต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นมนุษย์ สูญเสียความเป็นตัวเอง แล้วกลายเป็นปีศาจกระหายเลือดไปจริงๆ อิชิดะคงคิดว่ามันไม่คุ้มเลยที่จะกำจัดคู่ต่อสู้แบบนั้น เพราะสำหรับอิชิดะแล้ว เขาคงคิดว่าความเป็นมนุษย์และความดีงามในฐานะมนุษย์นั้นมีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งไว้แบบนี้ ถึงได้พยายามที่จะห้ามอิจิโกะจนสุดกำลังของตัวเอง
ก็หวังว่าโดนระเบิดอัดเข้าเต็มหน้าแบบนั้นจะช่วยเรียกสติให้ได้บ้างนะ ซึ่งจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ไว้ติดตามกันตอนหน้านะครับ :)
อนึ่ง ในจัมป์เล่มนี้ เรื่องที่ผมลุ้นจริงๆ ไม่ใช่ทั้งนารุโตะรึ Bleach แฮะ แต่กลับเป็นนูระหลานจอมภูตตอนใหม่มากกว่า...เล่นแรงเอาเรื่องเหมือนกันนะอ.ชิอิบาชิ...
Credit : Drake
edit @ 4 Apr 2009 16:21:50 by Naruto Chapter TH
edit @ 4 Apr 2009 16:22:02 by Naruto Chapter TH
อะไรจะยาวขนาดนั้น...ตอนแรกจะซื้ออนิเมะดู ยาวขนาดนี้ไม่ไหวแฮะ กระเป๋าแห้งแน่ๆ T^T
#1 By ปีกนกบูรพา on 2009-04-03 10:34