Spoiled Bleach 353

posted on 09 Apr 2009 19:51 by naruto-th


 



ในที่สุดก็หลุดจากซีรี่ส์ "ราคะ" กันซะที

จั่ว หัวชื่อตอนแบบนี้เดากันได้เลยสินะครับ ว่างานนี้ต้องมีคนเท่งทึงในตอนนี้แน่ๆ ซึ่งใครอ่าน Spoil ย่อๆ ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้แล้วก็คงรู้กันละนะครับว่าเป็นใคร

ว่าแล้วก็ไปชม Spoil กันได้เลยครับ







เปิด ตอนต่อจากตอนที่แล้วที่อุลคิโอร่าฝืนกระโดดเข้าใช้หอกแสงตัดเขาอิจิโกะร่าง ฮอลโลว์ที่กำลังจะยิงซีโร่ใส่อิชิดะ ส่งผลให้ก้อนพลังซีโร่ระเบิดตูมคาใบหน้าของอิจิโกะ คลื่นปะทะจากการระเบิดทำเอาโอริฮิเมะแทบหน้าหงาย แรงระเบิดทำลายหน้ากากของอิจิโกะจนแตกละเอียดไม่เหลือซาก เผยให้เห็นใบหน้าแท้ๆ ของอิจิโกะในสภาพเลื่อนลอยตาเหลือกขึ้นบนเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์

อิ จิโกะยืนโงนเงนอยู่ในสภาพนั้นชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นหินตรงนั้นเอง โอริฮิเมะเห็นดังนั้นก็ถลาเข้าไปหาพร้อมร้องเรียกชื่ออิจิโกะอย่างเป็นห่วง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อุลคิโอร่าได้แต่ยืนเขยกขาเดียวอยู่เฉยๆ มองดูภาพประทับใจที่เกิดขึ้นอย่างเย็นชาไปพลาง เฝ้ารอเวลาให้แขนขาฟื้นสภาพไปพลางเท่านั้น

"แขนขากับลำตัวค่อยๆ ฟื้นสภาพอยู่ก็จริง แต่ก็แค่ที่เห็นภายนอกเท่านั้น" เอสปาด้าลำดับ 4 คิด ขณะหมุนตัวหันหลังกลับพลางเหลือบตามองเลือดเนื้อกำลังค่อยๆ ประกอบขึ้นเป็นขาซ้ายของตัวเอง [/b]"อวัยวะภายในของเราไม่ได้ฟื้นสภาพไปด้วย ถ้าเมื่อกี้เราโจมตีพลาดละก็ คนที่ตายคงเป็นเราซะเอง"[/b]

ตอนนั้นเองที่อุลคิโอร่าจับกระแสความ ปั่นป่วนของอณูวิญญาณจากตำแหน่งที่อิจิโกะนอนอยู่ได้ อุลคิโอร่าสะดุ้งหันขวับกลับ พบกับภาพที่น่าตื่นตะลึงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง

เมื่อแผลรู โหว่ขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าอกของอิจิโกะ บัดนี้มีอณูวิญญาณกลุ่มใหญ่กำลังหมุนวนเป็นพายุทอร์นาโดอยู่เหนือปากแผล อณูวิญญาณเหล่านั้นม้วนวนอยู่กับที่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกดูดลงสู่ปากแผล ประสานเชื่อมต่อเลือดเนื้อที่ถูกคว้านออกเข้าด้วยกันจนหายสนิทในชั่วพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ริ้วรอยใดๆ ที่บ่งบอกเลยว่าบนหน้าอกนั้นเคยถูกยิงจนทะลุเป็นรูโหว่มาก่อน

"การฟื้นสภาพ...ระดับสุดยอดงั้นรึ...!" อุลคิโอร่าพึมพำอย่างตะลึง

"คุโรซากิคุง..." โอริฮิเมะครางอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ขณะขยับตัวเข้าไปจะแตะตัวอิจิโกะ

ทัน ใดนั้นเอง อิจิโกะที่นอนคว่ำหน้าอยู่เฉยๆ เหมือนคนตายกลับทะลึ่งตัวขึ้นนั่งราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกกดสวิตช์เดินเครื่อง เล่นเอาโอริฮิเมะสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

เจ้าหนุ่มหัวส้มกะพริบตาปริบๆ สองสามครั้งพลางยกมือขึ้นแตะๆ บริเวณที่เคยถูกยิงทะลุ อวดแววประหลาดใจเต็มสีหน้าและสองตา "นี่เราอกทะลุเป็นรู...ไม่ใช่เรอะ..."

ตอนนั้นเองที่เสียงเรียกชื่อดังอยู่ข้างตัว เขาหันกลับไปมอง พบกับสายตาโล่งใจและยินดีของโอริฮิเมะอยู่ข้างๆ

"ปลอดภัยใช่มั้ย อิโนะอุเอะ" โอริฮิเมะพยักหน้า ยิ้มอย่างคลายใจเต็มที่

ตอนนั้นเองที่เสียงหอบหายใจคุ้นหูของใครบางคนดังมากระทบโสตประสาท อิจิโกะหันขวับไปมองอีกครั้ง

เขาเบิกตาค้างแทบถลนออกจากเบ้าเมื่อเห็นว่านั่นคืออิชิดะในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน มีดาบเท็นสะซันเงสึของเขาเสียบพุงทะลุออกหลังอยู่

"ในที่สุด...ก็ได้สติซะทีนะ..." อิชิดะฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ยังหายใจหอบจากอาการบาดเจ็บ

อิจิโกะครางอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง "นั่น...ชั้นเป็นคนทำรึ...?"

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะให้คำตอบอะไร เสียงทุ้มเรียบเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน

"อึดจริงนะ" เจ้าหนุ่มยมทูตจำเป็นหันคอตามเสียงเป็นครั้งที่สาม ตะลึงพูดไม่ออกไปอีกรอบเมื่อเห็นร่างยับเยินแขนขาปีกห้อยร่องแร่งของอุลคิโอ ร่ายืนอยู่

อุลคิโอร่าขยับตัววูบ ใช้โซนีดไปยืนอยู่ข้างหน้าอิชิดะในพริบตา จากนั้นใช้มือขวาที่เหลืออยู่ถอนดาบออกจากท้องของอิชิดะ แล้วโยนมันกลับไปปักอยู่ต่อหน้าอิจิโกะ

"เอาคืนไปซะ" อารันคาร์หนุ่มว่า "แล้วมาตัดสินแพ้ชนะกัน"

แต่อิจิโกะไม่ใส่ใจคำท้าของอุลคิโอร่าแม้แต่น้อย กลับถามเสียงตะกุกตะกัก "คนที่แทงอิชิดะ...คือชั้นใช่มั้ย...?"

"จะไปรู้เรอะ" อุลคิโอร่าตอบส่งๆ พร้อมสร้างหอกแสงขึ้นมาถือในมือ

"คนที่ตัดแขนขาซ้ายของนาย...ก็คือชั้นเหมือนกันใช่มั้ย...?"

คราวนี้อุลคิโอร่าใช้การนิ่งเงียบแทนคำตอบ ซึ่งถือเป็นการยืนยันได้อย่างดี

"ถ้างั้นก็ตัดแขนกับขาซ้ายชั้นด้วย" อิจิโกะบอกสีหน้าจริงจัง " ที่สู้กับนายจนถึงเมื่อกี้ไม่ใช่ตัวชั้น แต่เป็นชั้นขณะสูญเสียสติเพราะแปลงร่างเป็นฮอลโลว์ เพราะงั้นถ้าจะสู้ตัดสินแพ้ชนะ ก็ต้องสู้ด้วยเงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน"

คำ พูดของเจ้าหนุ่มบ้าเลือดทำเอาโอริฮิเมะสะดุ้ง ส่วนอิชิดะเผยอคอขึ้นมาโวยวายว่าอิจิโกะทำอะไรไม่เข้าท่า ในขณะที่อุลคิโอร่ากลับยังเยือกเย็นเหมือนเดิม

"...ก็ได้" สุดท้ายอุลคิโอร่าจึงหลุดปากออกมา "ถ้าอยากได้แบบนั้นข้าก็จะจัดให้"

พูดจบขยับปีกเตรียมพุ่งเข้าโจมตี แต่แล้ว...

ซู่ ว... ปีกซ้ายที่ขยับกางออกพลันสลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา ไล่ตั้งแต่ปลายปีกมาถึงโคนปีกอย่างช้าๆ ภาพที่เห็นทำเอาอิจิโกะอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ขณะที่อุลคิโอร่าหันไปมองอย่างขุ่นเคือง

...ต่อไฟชีวิตกระจ้อยร้อยของตนเองที่กำลังจะมอดดับลงในไม่ช้านี้...!!

"ชิ มาได้แค่นี้เองเรอะ" อารันคาร์หนุ่มเดาะลิ้นเป็นเชิงแสดงอารมณ์ขัดใจ แล้วหันกลับมามองอิจิโกะและพูด "ฆ่าข้าซะ"

ความตกตะลึงในครั้งที่ผ่านมาเทียบกันไม่ได้เลยกับความตกตะลึงในครั้งนี้ อิจิโกะพยายามจะขยับปากพูด แต่กลับพูดไม่ออกเลยสักคำ

"เร็วเข้า" อีกฝ่ายเร่งหน้าตาเฉย "ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้าตอนนี้ การต่อสู้ของเราจะไม่มีวันรู้ผลไปชั่วนิรันดร์"

คราวนี้อิจิโกะบังคับตัวเองให้เค้นเสียงออกมาได้ แม้จะแสนลำบากยากเย็น "...ไม่"

คำพูดนั้นทำให้อุลคิโอร่าชะงักไปแว่บหนึ่งก่อนจะย้อนถาม "...ว่าไงนะ?"

"...ก็บอกว่าไม่ไงเล่า...!" เจ้าหนุ่มหัวส้มกระแทกเสียง ดวงตาเป็นประกายทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บใจระคนกัน "ชั้นไม่ต้องการชนะด้วยวิธีแบบนี้เลยซักนิด!!!"

คราว นี้อุลคิโอร่าเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง ความดื้อรั้นในศักดิ์ศรีของอิจิโกะถึงขนาดทิ้งชัยชนะที่อยู่ตรงหน้าอย่าง ง่ายดายนั้นสำหรับอุลคิโอร่าแล้วนับเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอย่างที่สุด เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจพบเจอในหมู่พวกพ้องตนไหน เพราะการอยู่ท่ามกลางหมู่อารันคาร์ที่ยึดถือกฎ "ผู้อ่อนแอต้องตาย" เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว การยึดถือศักดิ์ศรีไม่เข้าท่านับเป็นการกระทำที่โง่เขลาไร้สาระ

นั่นคือสิ่งที่อุลคิโอร่ายึดถือเป็นหลักประจำใจเสมอมา

แต่ เมื่อได้เห็นอารมณ์อันหลากหลายที่โอริฮิเมะเคยแสดงให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง เมื่อครั้งต่างฝ่ายยังมีฐานะเป็นนักโทษกับผู้คุม รวมทั้งได้เห็นสีหน้าเจ็บใจแกมปวดร้าวของอิจิโกะในยามนี้ หัวใจดวงเดียวกันที่เคยคิดเช่นนั้นกลับเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา

ความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง...จวบจนกระทั่งวินาทีนี้

"ชิ" เอสปาด้าลำดับ 4 เดาะลิ้นขัดใจ...ที่ฟังดูคล้ายกำลังกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างมากกว่า "ไม่ยอมทำอะไรอย่างที่ข้าคาดไว้จนวินาทีสุดท้ายเลยนะ..."

พูดกับอิจิโกะจบ อารันคาร์หนุ่มผู้จวนเจียนก็หันไปทางโอริฮิเมะที่ยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง

ดวง ตาเฉยชาไม่หวั่นไหวแม้ยามคมเคียวแห่งมรณะมาจ่ออยู่แค่คอหอย ประสานนิ่งอยู่กับดวงตาสงบนิ่งแต่แฝงแววโศกเศร้าอยู่ลึกๆ ภายในจนแทบจะกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน

"...อุตส่าห์นึกสนใจพวกเจ้าขึ้นมาบ้างแล้วทั้งที" อุลคิโอร่าเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน...ด้วยคำพูดที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากปากของอารันคาร์ผู้เย็นชาตนนี้ได้เลย

เสียงฟู่คล้ายฝุ่นทรายต้องสายลมดังขึ้น การสลายกลายเป็นฝุ่นผงซึ่งทีแรกอยู่แค่ปีกขวานั้น บัดนี้ลามมาถึงแขนขาและลำตัวแล้ว

วินาที นั้นเอง อุลคิโอร่าก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดอีกครั้ง เขายื่นมือขวาที่กำลังกลายเป็นฝุ่นอย่างช้าๆ ออกไปหาโอริฮิเมะ แล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนอ่านความรู้สึกไม่ออก

"...กลัวข้ารึเปล่า แม่หญิง"

ดวง ตาสงบนิ่งของโอริฮิเมะเริ่มบิดเบี้ยวคล้ายเงาสะท้อนของวงน้ำ ความโศกเศร้าที่เล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อยในตอนแรก บัดนี้ทะลักทลายออกมาจนเต็มสองตา

"ไม่เลยสักนิด"

ดวง ตาของเอสปาด้าหนุ่มยังคงนิ่งเหมือนตุ๊กตาแก้ว ไร้ซึ่งอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ แม้จะได้ฟังคำตอบอันแสนเศร้าจากปากของเด็กสาว แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามันคลายความเย็นชาลงไปมากมาย

"อย่างนั้นรึ"

ลำดับ 4 แห่งปราสาทรัตติกาลพึมพำเป็นคำสุดท้าย ขณะมองร่างบอบบางของโอริฮิเมะค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา มือขวาของเธอยื่นตรงมายังมือขวาของเขาที่ยื่นรอรับอยู่แล้วอย่างเต็มใจ

...เสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายนิ้วของทั้งสองจะสัมผัสกัน...

มือข้างนั้นของอุลคิโอร่าก็พลันสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แล้วปลิวหายไปตามสายลม...พร้อมๆ กับร่างท่อนบนที่สลายไปแล้วก่อนหน้านั้น...






แล้วหนึ่งใน 2 เอสปาด้าขวัญใจก็จากเราไปชั่วนิรันดร์...

อ่าน ตอนนี้แล้วอดคิดไม่ได้เลยแฮะ ว่าอ.คุโบเขียนมาเอาใจพ่อยกแม่ยกคู่ดาบอุล x ฮิเมะรึเปล่าเนี่ย หวานซะจนนึกว่าแฟนฟิคคนอื่นแต่งเองแล้วเอามาโมเมว่าเป็น Spoil ตอนใหม่นั่นเลย

ใจจริงผมชอบคู่นี้อยู่พอสมควรเลยนะ เพราะงั้นตอนที่เขียนเลยพยายามเขียนออกมาให้พิถีพิถันที่สุด แต่อ่านไปอ่านมารู้สึกเหมือนยังมีอะไรขาดๆ เกินๆ ไม่ลงตัวไงไม่รู้เหมือนกัน เลยต้องมานั่งตบๆ เกลาๆ อยู่อีกพักใหญ่ ซึ่งก็ไม่ค่อยชัวร์เหมือนกันว่าจะถูกใจผู้อ่านหลายๆ ท่านหรือเปล่า

ยังไงก็ต้องขออภัยล่วงหน้าหากเขียนออกมาได้ไม่ถูกใจนะครับ

Credit : Drake

 

 

edit @ 10 Apr 2009 19:31:56 by Naruto Chapter TH

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet