Spoiled Bleach 355
posted on 22 Apr 2009 23:04 by naruto-thเปิดตอนมาทางฝั่งการต่อสู้ระหว่างหัว หน้าหน่วยพิทักษ์กับแก๊งค์อารันคาร์ของไอเซ็นบนโลกมนุษย์ ซึ่งหัวหน้าหน่วยทั้ง 2 ต่างก็รับมือคู่ต่อสู้ของตัวเองอย่างยากลำบาก ทำเอาคิระ อิซึรุซึ่งกำลังกางเขตป้องกันรักษาเพื่อนร่วมรบคนอื่นที่บาดเจ็บอยู่โดยมีโค มามูระคอยคุ้มกันถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก ด้วยนึกไม่ถึงว่าคนระดับหัวหน้าหน่วยที่ตนเห็นว่าร้ายกาจนักหนาจะมีวันเสีย ทีกับเขาแบบนี้ ข้างชุนซุยยังไม่เท่าไหร่เพราะยังสามารถรับมือกับสตาร์คได้อย่างสูสีแม้จะมี เสื้อคลุมยาวกับหมวกปีกกว้างเป็นตัวเกะกะ ทำให้เคลื่อนไหวแย่ลง (โดนฟันหมวกขาดเลือดซิบๆ เหมือนกัน แต่นอกนั้นโยกหลบได้หมดจนสตาร์คยังออกปากชมว่า "ขนาดไม่ถอดเสื้อกับหมวกยังวนหลบดาบข้าไปได้เรื่อยๆ นี่สิที่น่าตกใจมากกว่า") แต่ทางฝ่ายฮิซึกายะที่เจอกับฮาริเบลแบบตัวต่อตัวนั้นกลับตกเป็นฝ่ายเสีย เปรียบขนาดหนัก โดนฮาริเบลไล่ซัดเอาๆ จนถอยกรูด แล้วเจอซัดซ้ำด้วยท่าไม้ตายใหม่ "โปรเจ็คทีล อาซูล" (กระสุนดาบน้ำเงิน) ยิงเข้าใส่เต็มหน้าจนกระเด็นลอยหวือไปกระแทกพื้นตูมสนั่น (เชื่อมกับฉากสุดท้ายของตอนที่แล้วที่ฮาริเบลซัดฮิซึกายะกระเด็นพอดีเลย)
ข้าง ฝ่ายซุยฟงกับโอมาเอดะ ทส.คนสนิทที่ต้องฉะกับบารากันแบบสองรุมหนึ่งเองก็หืดขึ้นคอไม่แพ้กัน เพราะไม่ว่าทั้งคู่จะออกกระบวนท่าแบบไหน จะประสานโจมตีอย่างไร ก็ไม่อาจทำอะไรบารากันได้เลย ไม่แม้แต่จะทำให้บารากันขยับเท้าออกจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าบัลลังก์ กระดูกได้ด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม ทั้งคู่กลับเป็นฝ่ายถูกบารากันโจมตีสวนจนกระเด็นออกมาทรุดนั่งหอบโครงรวนแบบ หมดลายหัวหน้าหน่วยซะเอง
"ไม่ได้เรื่อง..." เอสปาด้าร่างแคระว่า "ข้ายังไม่ได้ขยับไปจากตรงนี้ซักก้าวเลยนะ"
ค่อน ขอดจบ บารากันก็ยื่นมือทะลวงเข้าไปในพนักพิงของบัลลังก์กระดูกข้างหลัง หยิบเอาขวานใบกว้างเล่มโตเกือบๆ เท่าขนาดร่างกายของตัวเองออกมาคอนไว้บนไหล่ ปรายตามองซุยฟงกับโอมาเอดะด้วยสายตาเหมือนคนฆ่าหมูกวาดตามองหมูในเล้า ก่อนจะพึมพำเบาๆ พอให้ทั้งคู่ได้ยิน "...เอาละ จะเริ่มเชือดจากคนไหนก่อนดีนะ?"
เห็นดังนั้นหัวใจของทั้งคู่...โดย เฉพาะโอมาเอดะ...ก็แทบจะหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม...แค่มือเปล่าแถมสองรุมหนึ่ง ฝ่ายรุมยังหืดจับขนาดนี้ นี่เล่นเพิ่มอาวุธหนักมาไว้ในมือด้วยแล้วยิ่งไม่มีโอกาสเลย
ตอนนั้นเองที่โอมาเอดะทำท่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขารีบกระซิบบอกซุยฟงทันที "ได้เวลาแล้วมั้งครับหัวหน้า"
"ได้เวลาอะไรล่ะ?" ผู้เป็นหัวหน้ากลับย้อนถามหน้าตาย
"ก็จะอะไรล่ะครับ..." โอมาเอดะร้องเสียงแทบหลง " 'สลายการจำกัด' ไงล่ะครับ 'สลายการจำกัด' น่ะ!! กั๊กกันมาแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ!! รีบๆ สลายการจำกัดแล้วช่วยกันตื้บไอ้แก่เหลาเหย่นี่ให้เละเลยดีกว่า!!"
"หืมม์" บารากันพึมพำอย่างประหลาดใจ "ยังมีไม้ตายกั๊กไว้อีกงั้นรึ?"
" แน่อยู่แล้วเฟ้ยไอ้แก่!!" โอมาเอดะขึ้นเสียงสูงปรี๊ด อวดแววลิงโลดเต็มใบหน้าอวบอูม "ถ้าสลายการจำกัดพลังละก็ อย่างแกน่ะแค่สองวินาทีก็จอดแล้วละเว้ยเฮ้ย!!"
"น่าสนุกนี่" ลำดับ 2 แห่งลาส์ นอเช่ว่าพลางยิ้มเหี้ยมๆ "ก็ลองดูซี่"
"ไม่ต้องบอกก็ทำอยู่แล้วเฟ้ย!! ใช่มั้ยคร้าบหัวหน้า!! อุฮิๆๆๆๆๆ" ท่อนท้ายหันไปดี๊ด๊าใส่ซุยฟงพลางยิ้มแป้นเต็มหน้า...
"...ไม่ได้หรอก"
รอยยิ้มของโอมาเอดะค้างเติ่งอยู่กับที่ด้วยความตะลึงเมื่อได้ยินคำตอบของผู้เป็นหัวหน้า "หา?"
"การจำกัดพลังวิญญาณน่ะจะเกิดขึ้นเมื่อคนระดับหัวหน้าหน่วยผ่านประตูเซ็นไกมอน บนร่างจะถูกตีตราผนึกพลังวิญญาณลงไปโดยอัตโนมัติ" หัวหน้าหน่วยร่างเล็กขยายความ "แต่หากเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็สามารถปลดผนึกออกได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง"
"ครั้งนี้น่ะ พวกเรามายังโลกมนุษย์โดยไม่ได้ผ่านการตีตราผนึก" ซุยฟงอธิบายต่อไป "ถ้าจะบอกให้สลายการจำกัดละก็ ตอนนี้พวกเราก็เหมือนอยู่ในภาวะสลายการจำกัดแล้วนั่นละ...!"
คำ อธิบายขยายความของผู้เป็นหัวหน้าทำเอาเจ้าหนุ่มหน้าเด็กสมบูรณ์บนฉลากซีอิ๊ว ขาวถึงกับยืนเซ่ออยู่กับที่ ใบหน้าและดวงตาบอกแววตะลึงลานแกมสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "...ไม่จริง..."
---------------------------------------------------------------------
ตัดฉากกลับไปทางฝั่งฮิซึกายะที่โดนฮาริเบลซัดพลังใส่จนร่วงไปแล้ว
"แค่นี้เองรึ ระดับพลังของหัวหน้าหน่วย" เอสปาด้าหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยปากค่อนขอด "แค่นี้เองรึ...พวกที่จัดการกับพวกอาปาช"
ฮิซึกายะไม่ตอบโต้คำพูด เพียงแต่ขยับตัวขึ้นยืนเท่านั้น
ครั้น เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ฮาริเบลก็ตวัดมือวูบ เปลี่ยนท่าจับดาบจากถือปลายดาบขึ้นมาเป็นเอาปลายดาบลงหันคมไปข้างหน้า (คล้ายๆ ตอนไอเซ็นเอาดาบเคียวขะซุยเงสึออกมาโชว์ครั้งแรก) พร้อมกับประกาศก้อง "งั้นข้าจะปิดบัญชีเดี๋ยวนี้ละ"
"จงโรมรัน ทีบูรอน (ราชินีฉลาม)"
สิ้น คำประกาศชื่อดาบก็บังเกิดสิ่งประหลาดขึ้น น้ำจำนวนมหาศาลพุ่งกระจายออกมากลางอากาศอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่รอบบริเวณไปจนตลอดหลายสิบหลายร้อยเมตรรอบตัวของทั้งคู่นั้น หากไม่นับน้ำแข็งที่เกิดจากพลังของ "ไดกุเร็นเฮียวรินมารุ" ของฮิซึกายะแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่ามีน้ำอยู่ ณ ที่ไหนอีกเลยเลยแม้แต่หยดเดียว น้ำเหล่านั้นกระเพื่อมเป็นระลอกคล้ายคลื่น แล้วม้วนวนโอบล้อมร่างของฮาริเบลไว้ตรงกลาง กลืนร่างของเอสปาด้าสาวจนหายลับไปในสายน้ำนั้น
บังเกิดเสียงครืนคราน สนั่นราวกับทะเลบ้าท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่บางอย่างที่แข็งแกร่งและแหลมคมจะพุ่งทะลวงออกมาจากกระแสน้ำนั้น ตวัดฟันม่านน้ำจนแหวกเป็นทางยาว เผยให้เห็นร่างของฮาริเบลในสภาพปลดปล่อยเต็มตัว
ร่างนั้นยังคงลักษณะ ของฮาริเบลในสภาพมนุษย์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ดูเป็นร่างมนุษย์สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเอสปาด้าหลายตนที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ไม่มีส่วนไหนที่บอกว่าเป็นปลาฉลามตามที่บอกไว้ในชื่อดาบแม้แต่น้อย หน้ากากฮอลโลว์ที่ปิดบังส่วนครึ่งล่างของใบหน้าหายไป กลายเป็นเกราะอกตัวจิ๋วเดียวพอปิดตรงปลายถันทั้งคู่ไว้เท่านั้น ตรงบ่าสองข้างเป็นเกราะไหล่ตั้งสูงจนแทบปิดคอ ตรงด้านหลังมีบางอย่างลักษณะคล้ายผ้าหรือชายเสื้อสองเส้นพลิ้วไสวตามแรงลม กางเกงฮากามะสีขาวหายไป กลายเป็นบางอย่างคล้ายกระดูกปลาร้อยติดกันจนเป็นกระโปรงตัวสั้นๆ ปิดของสงวนไว้ ปลายขากลายเป็นเกราะสีขาวคลุมตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงหัวเข่า ปลายแขนสองข้างคลุมเกราะขึ้นมาถึงข้อศอก มือขวาถือบางอย่างลักษณะคล้ายดาบสองคมเล่มโตจนดูผิดขนาดตัวไว้มั่น
"...นี่รึร่างในสภาพปลดปล่อยของมัน..." เจ้าหนูอัจฉริยะนึกในใจ "ดูภายนอกแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย...แต่ถ้าประมาทละก็ถึงตายแน่ ยังไงก็ต้อง..."
นึก ในใจถึงตรงนี้ ฮิซึกายะก็ตั้งดาบเฮียวรินมารุในสภาพปลดปล่อยสวัสดิกะขึ้นเตรียมพร้อมต่อสู้ ดวงตาหรี่เล็กลงอย่างระแวดระวังพร้อมรับการจู่โจมของคู่ต่อสู้ได้ทุกเมื่อ ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายหาใช่คู่ต่อสู้ที่จะประมาทได้เลย
ฮาริเบลยกดาบยักษ์ในมือขวาขึ้นสูง...แล้วตวัดฟาดฟันลง
บังเกิด เสียงคล้ายมีดอีโต้สับหยวกกล้วย ไหล่ขวาของฮิซึกายะเรื่อยมาจนถึงลำตัวซีกขวาและขาขวาขาดกระจุย ดาบฟันวิญญาณเฮียวรินมารุที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาดาบฟันวิญญาณ สายน้ำแข็งด้วยกันหักสะบั้น ปีกมังกรทำจากน้ำแข็งข้างขวาแตกกระจาย
เจ้าลูกสิงห์อัจฉริยะเหลือบมองรอยขาดบนลำตัวซีกขวาของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนที่เลือดสดๆ จากปากแผลจะพุ่งกระฉูด
ฝ่ายฮาริเบลผู้ลงมือกลับนิ่งมองอย่างเฉยเมย ก่อนจะถึมพำออกมา "...ก็แค่นั้นแหละ มังกรน้ำแข็ง ลงท้ายก็ถูกปลาฉลามเล่นงานจมลงสู่ก้นทะเลอยู่ดี"
ได้ ติดออโต้เมลตามเพื่อนร่วมนักพากย์แล้วสินะชิโร่คุง... มันจะเกาะกระแสมากไปแล้วมั้งครับ 'จารย์คุโบ (หมายเหตุ - คนพากย์ฮิซึกายะใน Bleach ภาคอนิเมชั่นคือคุณปาคุ โรมิ นักพากย์หญิงที่พากย์เสียงเอ็ดใน FMA ภาคอนิเมชั่นน่ะครับ)
ถ้าไม่ นับพวกที่โดนจับขังอยู่ในฮูเอโก้มุนโด้ที่ยังไม่ประกบคู่กับใคร ปู่ยามะที่ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ โคมามูระที่อยู่โยงเฝ้าเต็นท์ผ่าตัดสนามของฝั่งยมทูต อุคิทาเกะที่สู้ชิลๆ กับลิลิเน็ต กับชุนซุยที่รับมือดาบเตารีดได้แบบสูสี (ในสภาพไม่ปลดปล่อยดาบ) แล้ว หัวหน้าหน่วยคนอื่นนี่หืดขึ้นคอกันหมดเลยแฮะ ถึงจะเพราะอยู่กันไม่ครบองค์ ไม่รู้ว่าในตอนต่อๆ ไปบรรดาหัวหน้าหน่วยจะทยอยกันหืดจับทีละคนสองคนจนถึงปู่ยามะเป็นคนสุดท้าย แล้วค่อยปล่อยแก๊งค์ไวเซิร์ดกับแก๊งค์ "เตี่ยซ่ากับป๋าแสบ" ทั้งสองคนมาช่วยทีหลังนะ
หวังว่าตอนต่อไปจะมันส์ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ น่อ
ปล. - โปรเจ็คทีล อาซูล - ท่าไม้ตายของฮาริเบล มาจากคำว่า "Proyectil" เป็นภาษาสเปนแปลว่า "อาวุธ ขีปนาวุธ กระสุนยิง" กับคำว่า "Azul" แปลว่า "สีน้ำเงิน" ครับ (ดังนั้น ชื่อตอน Azul-Blood Splash ก็เป็นการมิกซ์กันระหว่างสองภาษาหมายความได้ว่า "เลือดสีน้ำเงินสาดกระจาย"... ซึ่งเลือดสีน้ำเงินนี้มีความหมายถึงชนชั้นสูง ซึ่งสื่อถึงบรรดายมทูตระดับหัวหน้าหน่วยในฐานะชนชั้นสูงของโซล โซไซตี้ได้เป็นอย่างดี)
ทีบูรอน (Tiburon) - ชื่อดาบฟันวิญญาณของฮาริเบล เป็นภาษาสเปน แปลว่า "ฉลาม" ครับ
Credit : Drake
edit @ 24 Apr 2009 14:35:45 by Naruto Chapter TH
#1 By 000 (118.172.7.64) on 2009-04-24 21:55