Spoiled EyeShield 21 326

posted on 18 Apr 2009 18:50 by naruto-th

 

ต่อจากตอนที่แล้ว เข้าสู่ครึ่งหลังญี่ปุ่นยังคงแต้มตามอยู่ 15 แต้ม และด้วยความสามารถของอากอนทำให้สามารถป้องกันลูกพาสของอเมริกาได้สำเร็จต่าง จากที่คลิฟฟอร์ดคิดไว้ว่าอากอนจะพยายามเข้ามาเล่นงานตนแต่กลับเป็นว่าอากอ นยิ่งพยายามป้องกันโซนของตัวเองมากขึ้น แม้แต่ในทีมญี่ปุ่นเองก็ยังต่างคนต่างคิดเลยว่าอากอนในครั้งนี้ได้พัฒนาตัว เองให้เข้ากับทีมได้ดีจนเห็นได้ชัด

และนั้นทำให้ทีมป้องกันของญี่ปุ่นในแนวหลังนั้นกลาย เป็นจุดที่ยากแก้การบุกสำหรับอเมริกามากยิ่งขึ้นเพราะนอกจากชินแล้วก็ยังมี อากอนที่ยอมเล่นเป้นทีมอีกด้วยจนกลายเป็นแนวป้องกันแบบแข็งแกร่งเหลือเชื่อ ทันที แต่ถึงกระนั้นดอนก็ไม่ยอมให้ทีมญี่ปุ่นได้พลิกเกมเอาง่ายๆเช่นเดียวกับคลิ ฟฟอร์ด

คลิฟฟอร์ด : ชั้นจะสอนให้ดู วิธีจัดการไพ่ของผู้อยู่เหนือสุดอย่างอเมริกา
ฮิรุมะ : คิๆๆ งั้นก็ต้องขอบคุณแล้วสินะ ได้เลยชั้นจะดูนายแนะแนวทาง อาจารย์คลิฟฟอร์ด

เริ่มเกมใหม่แพนเธอร์ก็สามารถทำทัชดาวน์เพิ่มได้อีก ครั้งทั้งๆที่พุ่งเริ่มครึ่งหลังจนแต้มทิ้งห่างออกไปอีกเป็น 35-13 และเซนะเองก็ยังไม่อาจไล่ตามแพนเธอร์ได้เลยหากแพนเธอร์หลุดเดียวไป

และ ก็กลับมาโดยญี่ปุ่นเป็นฝ่ายบุกอีกครั้งและในเกมนี้ก็ยังคงใช้แผนดราก้อนฟราย ระหว่างฮิรุมะกับอากอนเช่นเดิม แต่คราวนี้ทันทีคุริตะส่งบอลแพนเธอร์ก็วิ่งเข้ามาเพื่อบลิ๊ทซฮิรุมะและอากอ นแบบเดียวๆโดยไร้ใครขวาง

พออากอนเห็นว่าแพนเธอร์กำลังวิ่งเข้ามาอากอ นจึงรีบส่งบอลให้ฮิรุมะทันทีจนเหมือนว่านี้เป็นเพียงกับดักล่อแพนเธอร์เท่า นั้น แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อแพนเธอร์รีบเปลี่ยนทิศทางของตัวเองไปทางฮิรุมะ แบบทันที

คลิฟฟอร์ด : ใครจะเป็นเป้าหมายไม่สำคัญ แพนเธอร์นั้นแหละคือไพ่ที่จะเอาชนะได้ด้วยเพียงแค่สปีดเท่านั้นก็ล้มแกได้แล้ว

แล้วในที่สุดฮิรุมะก็จำต้องปาบอลทิ้งทันทีก่อนที่จะ โดนแพนเธอร์รวบไป และพอเริ่มเกมใหม่แพนเธอร์ก็วิ่งไปทางอากอนและฮิรุมะอีกครั้งจนทีมญี่ปุ่น คิดว่าแพนเธอร์คงเล่นแผนเดิมอีกแน่ แต่คราวนี้กลับกลายเป็นว่าแพนเธอร์หยุดรักษาแดนของตัวเองไว้แทนจนฮิรุมะที่ คิดจะพาสจึงต้องรีบเอาอีกมือหยุดบอลทันทีก่อนจะพาสไป ทั้งหมดนั้นก็คือแผนการหลอกล่อของคลิฟฟอร์ดอีกเช่นกันจนสามารถสกัดแผนทีม เวิร์คของญี่ปุ่นได้อย่างง่ายๆ

คลิฟฟอร์ด : ฉันชนะได้เสมอถ้าฉันทำให้แกคิดได้ว่า "ฉันอาจจะใช้การ์ดใบนี้ เจ้าหนูฮิรุม่า"

แต่ หลังจากที่คลิฟฟอร์ดพูดจบเซนะก็คิดแผนบางอย่างออกจึงขอปรึกษากับฮิรุมะทันที และแผนของเซนะก็คือเล่นย้อนศรแผนเดียวกับแพนเธอร์ให้เซนะบลิ๊ทซอย่างเต็มสปี ดใส่คลิฟฟอร์ด

ฮิรุมะที่ยอมรับเล่นตามแผนของเซนะจนคลิฟฟอร์ดตกใจกำลังโดนเล่นแผนเดียวกันกับที่ตนใช้

ฮิรุมะ : เอาเลยไม่ต้องห่วงว่าโซนป้องกันของนายจะว่าง ปล่อยให้ชินกับอากอนจัดการเอง ถึงจะต้องตายก็ต้องจัดการคลิฟฟอร์ดให้ได้

คลิฟฟอร์ ดที่พอรู้แล้วว่าเซนะจะลุยเข้ามาโดยปล่อยการป้องกันให้อากอนกับชินทาง คลิฟฟอร์ดเองก็คิดว่าแผนนี้ก็ไม่เลวแต่มันก็เป็นเพียงแค่การเลียนแบบเท่า นั้น พอคลิฟฟอร์ดพูดจบคลิฟฟอร์ดก็ใช้ความสามารถของตัวเองที่มีความเร็วแสงเช่น เดียวกับเซนะพุ่งหลบเซนะไปทันทีจนเซนะตามไม่ทัน 

แต่ในตอนนั้นเองที่คลิฟฟอร์ดเตรียมตั้งท่าพาสอีกครั้งหลังจากหลบเซนะมาได้แล้วก็กลับมาเจออากอนกำลังพุ่งเข้ามาตรงหน้า

อากอน : ห๊า.. ใครฟะที่หลุดจากช่องโหว่นะ หึๆๆ ชั้นว่าก็ไม่เลวถ้าแกได้ฝันดีก่อนตาย

ด้วย คำพูดหลอกล่อของฮิรุมะที่แนบเนียนจนแม้แต่ในทีมญี่ปุ่นด้วยกันยังไม่รู้ว่า อากอนขึ้นไปบลิ๊ทซเหมือนกับเซนะ คลิฟฟอร์ดจึงพยายามเอาตัวรอดอีกครั้งด้วยการหมุนตัวหลบการโจมตีของอากอนวน หนีไปทางด้านหลังอากอน

ฮิรุมะ : หืม.. ชั้นบอกตอนไหนเหรอว่าแผนนี้เป็นการบลิ๊ทซสองคน
ฮิรุมะ : 3 คนต่างหาก 

ทันทีที่ฮิรุมะพูดจบชินก็ปรากฎตรงหน้าคลิฟฟอร์ด ฮิรุมะที่ฟังแผนของเซนะแล้วก็รุ้ว่าไม่มีทางที่เซนะจะล้มคลิฟฟอร์ดได้แน่จึง เล่นแผนนี้แทน และทางคลิฟฟอร์ดที่เจอ 3 สุดยอดนี้เข้าไปก็ถึงกับหมดทางหนีโดยสิ้นเชิง

ฮิรุมะ : ฉันชนะได้เสมอถ้าฉันทำให้แกคิดได้ว่า "เค้าไม่มีทางใช้การ์ดใบนั้นหรอก อาจารย์ Clifford"

แล้วชินก็ใช้ไทรเด็นแท็คเกิลอัดคลิฟฟอร์ดอย่างเต็มแรงจนสามารถบลิ๊ทซได้สำเร็จ

จบตอน 


Credit : neozero

 

edit @ 18 Apr 2009 18:56:16 by Naruto Chapter TH

Spoiled Bleach 354

posted on 16 Apr 2009 19:04 by naruto-th

ขอตั้งชื่อตอนหวานๆ ส่งท้ายอีกซักตอนเป็นการไว้อาลัยให้ดาบอุล ก่อนจะไปพบกับความจริงสุดช็อค (และค่อนข้างจะหักดิบไปนิด) ในตอนนี้กันนะครับ

ว่าแล้วก็เชิญชม Spoil กันได้เลยครับ :)









เรี่ยวแรงที่จะคงร่างวิญญาณไม่ให้ดับสลายหมดสิ้นลงแล้ว

ที่ เหลืออยู่มีเพียงความรู้สึกราวกับกำลังถูกกัดกร่อนอย่างช้าๆ เหมือนปราสาททรายท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ ไม่อาจต่อต้านได้ ไม่อาจขัดขืนได้ มีแต่ถูกสายลมพัดจนปลิวกระจายหายไป ไม่เหลือแม้ร่องรอยว่าเคยมีปราสาททรายอยู่

"หัวใจคืออะไร" เสียงพูดเรียบเฉยเสียงหนึ่งดังอยู่ในอนุสติที่ค่อยๆ เลือนลางของอุลคิโอร่า

น้ำเสียงที่เขาคุ้นเคยดียิ่งกว่าใคร

น้ำเสียงที่เขาใช้ตอบโต้กับทุกผู้ที่อยู่ในคลองสายตา

"ถ้าข้าแหวกอกนั่นออกมาจะเห็นมันอยู่ข้างในหรือไม่? ถ้าข้าผ่ากะโหลกนั่นออกมาจะเห็นมันอยู่ข้างในหรือไม่?"

เสียงถากถางดังก้องอยู่ในหัว

"มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่ช่างพูดคำนั้นได้อย่างง่ายดายเหลือเกินนะ ราวกับว่า--------"

...ราวกับว่ามันมีอยู่ ณ ที่นั้นจริงๆ ยังงั้นละ...

ใช่ แล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดอย่างนั้นจริงๆ เชื่อว่าสิ่งใดที่ดวงตามองไม่เห็น สิ่งนั้นย่อมไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงมายาโง่เง่าที่พวกมนุษย์อุปโลกน์ขึ้นเพียงเพื่อปลอบโยนหัวใจอัน อ่อนแอของตนเองเท่านั้น เป็นสิ่งไร้สาระเสียยิ่งกว่าเศษทรายที่ติดในซอกรองเท้า

ทว่า ณ ห้วงเวลานี้ เมื่อคำพูดเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่อุลคิโอร่าอีกครั้ง เขากลับรู้สึกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันกระตุ้นให้เขาทำในสิ่งที่แม้ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันทำ

เขายกมือขวาของตนยื่นตรงไปยังเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า เด็กสาวที่เขาเคยถากถางอย่างเย็นชาด้วยคำพูดเหล่านั้น

อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ...

"อา...อย่างนี้เองรึ" อุลคิโอร่าบอกกับตัวเองในใจ ขณะที่ผัสสะทั้งหลายค่อยๆ พร่าเลือน เริ่มจากดวงตาที่เริ่มมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากแสงสีขาวเจิดจ้า บดบังดวงหน้างดงามของเด็กสาวจนไม่อาจมองเห็น

มีเพียงสัมผัสเบาบางจากปลายนิ้ว...ที่ร่วนป่นเป็นฝุ่นทรายภายหลังสัมผัสนั้น...ที่บอกว่าเด็กสาวยังอยู่ตรงนั้น

"ที่อยู่ในฝ่ามือนี้...คือหัวใจ...อย่างนั้นสินะ..."

นั่นเป็นห้วงคำนึงสุดท้ายของอุลคิโอร่า ซีเฟอร์... ก่อนที่แสงสว่างสีขาวจะบดบังทุกอย่าง ทั้งหัวใจและวิญญาณ ให้ดับสิ้นไปชั่วนิรันดร์


------------------------------------------------------------


ตัด ไปทางยามี่ที่กำลังเผชิญหน้ากับลูเคีย แช้ด และเร็นจิอยู่ภายใต้ยอดโดมของลาส์ นอเช่ ความตายของอุลคิโอร่าก็ได้ถ่ายทอดให้คนทั้งหมดได้รับรู้

ยามี่ยืน เซ่อพูดไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อได้รู้ว่าเพื่อนคู่หูร่างเล็กของตนบัดนี้หา ชีวิตไม่แล้ว ก่อนจะหันไประบายความแค้นกับผนังข้างตัวจนระเบิดตูม

"เว้ย~~~!!" เอสปาด้าลำดับโหล่แหกปากเสียงดัง "กะว่าจะขยี้ไอ้พวกนี้ให้เละก่อนค่อยไปช่วยแท้ๆ! ดันเท่งทึงไปก่อนแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้แล้วน่ะเซ่..."

เจ้าอารันคาร์ร่างยักษ์เดาะลิ้นขัดใจครั้นหนึ่งก่อนจะพูดต่อ

" ไม่พอมือเอาซะเล้ย... พลังกดดันวิญญาณที่อุตส่าห์ทั้งกินทั้งนอนสะสมไว้ ต้องเอามาใช้บี้ไอ้ขยะพวกนี้ ก็ใช้ไม่หมดกันพอดีน่ะสิโว้ย!!!"

พร้อมๆ กับเสียงตะโกนนั้น จู่ๆ ร่างของยามี่ก็ขยายใหญ่ขึ้นยิ่งกว่าเดิม กล้ามเนื้อปูดโปนจนเสื้อขาดกระจุย เผยให้เห็นร่างท่อนบนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยกล้ามเหมือนเหล็กเส้นมัดหนา

แช้ด แสดงความกังวลอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายามี่สามารถขยายร่างตัวเองได้แบบไม่มี สาเหตุ แต่เร็นจิกลับรู้สึกงั้นๆ เมื่อเห็นรอยสักบอกลำดับ 10 ที่ไหล่ของยามี่ เขาหันไปถามเพื่อนอีก 2 คนว่าระหว่างทางที่มาได้สู้กับศัตรูระดับเอสปาด้าบ้างมั้ย

"...เคย" ลูเคียตอบ

"...ก็ไม่ถึงขนาดจะเรียกว่าสู้ได้" แช้ดว่า

"เรื่องผลแพ้ชนะช่างมัน ข้าเองก็ใช่ว่าจะชนะซะเมื่อไหร่" เร็นจิบอกเมื่อได้ยินคำตอบของทั้งสองคน " แต่เจ้านี่น่ะลำดับต่ำกว่าเจ้าพวกที่เราเคยเจอมาซะอีกนะ มัวแต่หงอกะอีแค่ขนาดตัวก็ทำอะไรไม่ได้เลยน่ะซี่ รีบๆ จัดการให้จบๆ แล้วไปเก็บเจ้าอิจิโกะกลับมาดีกว่า"

พูดจบ เร็นจิก็ยกดาบขึ้นตั้งท่าพร้อมสู้จ้องไปยังยามี่ ขณะที่ยามี่แผดเสียงอย่างเดือดดาลเมื่อได้ยินคำพูดสบประมาทของเร็นจิ

"จะจัดการข้างั้นเรอะ!? ขยะอย่างพวกเจ้าเนี่ยนะ!? อย่าพูดให้ขำดีกว่าโว้ย"

คำรามจบ ยามี่ก็ฉกมือวูบ กระชากดาบฟันวิญญาณที่คาดเอวไว้ออกจากฝัก แล้วแผดเสียงประกาศปลดปล่อยดาบดังสนั่น

"จงขยี้ให้ไม่เหลือซาก อีร่า!!!!" (อสูรเกรี้ยวกราด)

บังเกิด เสียงระเบิดปานฟ้าผ่าดังขึ้นจากดาบฟันวิญญาณ พร้อมกับที่ร่างของยามี่ขยายออก กลายสภาพจากร่างมนุษย์ไปเป็นร่างในสภาพปลดปล่อยในชั่วพริบตา

ร่าง นั้นยังคงลักษณะของอารันคาร์ยามี่คนเดิมไว้แทบทุกส่วน ผิดแต่ร่างกายที่ขยายใหญ่โตขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า กางเกงฮากามะสีขาวหายไป เหลือแต่เตี่ยวขนสัตว์สีดำตัวเดียวปิดกันอุจาดไว้ สองขาเปลี่ยนรูปจากขาคนไปเป็นขาสัตว์กีบขนาดใหญ่ประเภทช้างหรือแรด สองแขนตรงช่วงปลายตั้งแต่ข้อมือยันข้อศอกมีปุ่มดำๆ ตะปุ่มตะป่ำติดอยู่เต็ม ข้อศอกสองข้างมีบางอย่างคล้ายท่อนกระดูกกลมเกลี้ยงทุกด้านราวกับผ่านการกลึง งอกทะลุออกมา บนแผ่นหลังมีท่อนกระดูกคล้ายหนามสีดำงอกออกมาตามแนวกระดูกสันหลัง ด้านหลังเชื่อมต่อกับลำตัวลงไปมีบางอย่างคล้ายกับลำตัวของสัตว์เลี้ยยคลาน ผสมกับสัตว์หลายขานอนขนานอยู่กับพื้นดิน ตรงส่วนปลายมีหางคล้ายหางจิ้งเหลนขนาดใหญ่ตวัดไปมาเหมือนแส้ ที่ปลายหางเป็นลูกตุ้มติดปุ่มกระดูกดำๆ ตะปุ่มตะป่ำสำหรับบดขยี้เหยื่อหรืออะไรก็ตามที่ฟาดลงไปให้แหลกลาญย่อยยับลง ได้

แต่อะไรก็ไม่ทำให้ทั้ง 3 ตกตะลึงได้เท่ากับรอยสักเลข 10 บนไหล่ซ้าย...ที่บัดนี้เลข 1 ลบเลือนไปจนหมด เหลือแต่เพียงเลข "0" ตัวเดียวเท่านั้น!!!!

"...ก็แล้วใครบอกกันล่ะ ว่าหมายเลขของเอสปาด้าทั้ง 10 ตนคืออันดับ 1 ถึงอันดับ 10?" เจ้ายามี่เอ่ยปากตอบสีหน้าตื่นตะลึงของพวกลูเคียทั้ง 3 คน " หมายเลขของเอสปาด้าน่ะ เค้านับตั้งแต่เลข 0 ถึงเลข 9 โว้ย ข้าน่ะเป็นเอสปาด้าเพียงตนเดียวที่เมื่อสะสมพลังจนปลดปล่อยดาบอย่างสมบูรณ์ ได้เมื่อไหร่ หมายเลขบอกลำดับจะเปลี่ยนไป"

พูดถึงตรงนี้ เจ้าปีศาจยักษ์ก็เงื้อกำปั้นขวาขึ้นสูง เกร็งกำลังแน่นเตรียมฟาดลงไปได้ทุกเมื่อ แล้วประกาศกึกก้อง

"ข้า ซีโร่เอสปาด้า (เอสปาด้าลำดับ 0) ยามี่ ริยัลโก้"


-----------------------------------------------------------------------


ตัด ฉากมายังการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าหน่วยกับเอสปาด้าอันดับ 1 ถึง 3 บนโลกมนุษย์ ฮิซึกายะถูกพลังรุนแรงของฮาริเบล เอสปาด้าลำดับ 3 ซัดเปรี้ยงจนกระเด็นลอยหวือลงไปฟาดกับพื้นดินเสียงดังสนั่น แรงปะทะทำเอาฝุ่นดินฝุ่นหินบริเวณนั้นถึงกับฟุ้งกระจายออกไปหลายสิบเมตรรอบ ทิศทาง

"แค่นี้เองรึ ระดับพลังของหัวหน้าหน่วย" เอสปาด้าหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยปากค่อนขอด "งั้นข้าจะปิดบัญชีเดี๋ยวนี้ละ"

พูด จบ ฮาริเบลก็เปลี่ยนท่าจับดาบจากถือปลายดาบขึ้นมาเป็นเอาปลายดาบลงหันคมไปข้าง หน้า (คล้ายๆ ตอนไอเซ็นเอาดาบเคียวขะซุยเงสึออกมาโชว์ครั้งแรก) พร้อมกับประกาศปลดปล่อยดาบทันที

"------------จงทำลาย"

ยัง ไม่ทันที่ฮาริเบลจะประกาศชื่อดาบจบ ก็บังเกิดสิ่งประหลาดขึ้น น้ำจำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นมาจากทางด้านหลังของฮาริเบล แล้วถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์อันบ้าคลั่ง!!






หักดิบกันดีแฮะตอนนี้ จู่ๆ ให้ดาบยามี่เลื่อนขั้นปรู๊ดเดียวจากอันดับโหล่สุดเป็นอันดับสูงสุดเฉยเลย

อ่าน แวบแรกก็นึกสงสัยเหมือนกันว่าถ้ายามี่เก่งขนาดนั้นจริง ทำไมตอนเจอกันบนโลกมนุษย์ครั้งแรกสุดถึงโดนอิจิโกะเล่นงานจนแทบเอาตัวไม่รอด ได้ แต่พอมาอ่านบทพูดของยามี่ในตอนนี้ถึงค่อยพออนุมานได้ว่า "ยามี่นั้น จะเก่งได้ต้องสะสมพลังงานด้วยการกิน + นอน + วิธีอื่นๆ ให้ได้ถึงระดับหนึ่งเสียก่อน ถึงจะแสดงพลังระดับสุดยอดออกมาให้เห็นเป็นขวัญตา" ใช้พลังหมดเมื่อไหร่ก็แฟบเหลือแค่ตอนเจออิจิโกะครั้งแรกเท่านั้น พูดง่ายๆ คือ ถ้าสะสมพลังเต็มปุ๊บ จะเก่งกว่าใครแม้แต่เอสปาด้าอันดับ 1 แต่ถ้าหมดก๊อกเมื่อไหร่ก็อ่อนสุดๆ ยิ่งกว่าใครในกลุ่มนั่นแหละ การให้ยามี่มีหมายเลขประจำตัวเป็นเลข 0 ที่บังหน้าด้วยเลข 10 ก็คงหมายความถึงเรื่องนี้ส่วนหนึ่งเหมือนกัน

แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็แปลว่าพวกลูเคียยังพอหาทางเอาตัวรอดได้ละครับ (ทำศึกยืดเยื้อจนกว่าดาบยามี่จะถ่านหมด)

ซึ่งจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ คงต้องรอดูตอนต่อๆ ไปครับ

อนึ่ง ใครอ่านตรงฉากที่โอริฮิเมะยื่นมือไปหาอุลคิโอร่าในตอนนี้อาจรู้สึกแปลกๆ ไม่มากก็น้อย เพราะตอนที่แล้วผมเขียนไว้ว่า "ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกัน" แต่มาตอนนี้กลับเขียนให้ดาบอุลรู้สึกถึงสัมผัสจากปลายนิ้วของโอริฮิเมะเฉย ซึ่งเป็นเพราะภาพในเล่มที่แล้วมันทำดูเหมือนนิ้วไม่ทันได้สัมผัสกันเลย แต่พอมาดูภาพของเล่มนี้ ภาพมันเหมือนโอริฮิเมะเอื้อมมือไปแตะถูกนิ้วดาบอุลแล้วกำลังจะงอนิ้วกุมไว้ แต่มือของดาบอุลก็สลายเป็นฝุ่นไปในจังหวะนั้นพอดี ดังนั้นพอเขียน Spoil ตอนนี้เลยเขียนตรงนี้ใหม่ไปด้วยเลยน่ะครับ หวังว่าคงไม่ทำให้ทุกท่านสับสนกันนะครับ

ปล. - "อีร่า (Ira)" ชื่อดาบฟันวิญญาณของยามี่ในตอนนี้เป็นภาษาสเปนแปลว่า "ความโกรธเกรี้ยว (Wrath)" ครับ (ไม่ตั้งชื่อเป็น ตะกละ - Gluttony ไปซะเลยล่ะ...คงไม่ได้แฮะ เพราะเป็นชื่อดาบของอาโรนีโร่ไปแล้วนี่นะ)

ปล. 2 - คำประกาศปลดปล่อยดาบของฮาริเบลนั่นผมแปลไปงั้นก็จริง (เพราะความหมายคำมันแปลไปทำนองนั้นได้) แต่จะถูกหรือไม่ แก้ยังไง คงต้องรอดูตอนหน้าที่ได้เห็นสภาพปลดปล่อยของฮาริเบลอีกทีนะครับ

Credit : Drake

 

edit @ 17 Apr 2009 20:58:03 by Naruto Chapter TH

Spoiled Naruto 444

posted on 14 Apr 2009 21:26 by naruto-th



 

 

 

นางาโตะและนารุโตะเผชิญหน้ากัน

แท่งดำ 2 แท่งพุ่งออกมาจากที่นั่งของนางาโตะ
และปักเข้าที่หน้าอกของนารุโตะ

นางาโตะใช้แท่งพวกนั้นแสดงให้นารุโตะเห็นภาพการตายของจิไรยะและคาคาชิ... นางาโตะคิดว่าเค้าจะสามารถควบคุมนารุโตะ แต่ก็กลับทำไม่ได้

โคนัน: "ขนาดเข้าใกล้ได้ขนาดนี้ มันกลับต้านจักระนางาโตะได้ เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดา!"

นารุโตะบอกว่านี่เป็นแผนของเค้าเอง และตากบของนารุโตะก็เริ่มผสานกับตาแบบจิ้งจอกเก้าหาง

นารุโตะ: ยังไงก็ยกโทษให้ไม่ได้ มายุติเรื่องบ้าๆนี่ซักที!

นารุโตะเริ่มโจมตีนางาโตะแต่แล้วกลับหยุด...และถามนางาโตะเรื่องอดีตของนางาโตะว่าทำไมถึงต้องเกลียดชัง(โคโนะฮะ)ขนาดนี้

นางาโตะเริ่มเล่าให้ฟัง

นางาโตะ: "ชั้นเคยรู้สึกถึงความเจ็บปวด..แค่สองครั้ง.. ครั้งแรกคือตอนที่พ่อแม่ชั้นถูกฆ่าตาย"

และก็เริ่มย้อนอดีต (ม่องแน่แล้วเพนเอ้ยยย)

ระหว่าง สงครามนินจา ครอบครัวชั้นพยายามจะหนี ..เราซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังนึง แต่แล้วนินจา2คนก็เข้ามาในบ้านเพื่อหาเสบียงที่อาจหลงเหลืออยู่.. แม่บอกให้ชั้นซ่อนให้มิด และแล้วทั้งพ่อและแม่ก็จู่โจมเข้าใส่นินจาพวกนั้น แต่สุดท้ายกลับถูกพวกมันฆ่าตาย.. จากนั้นก็พบนางาโตะเข้า และรู้ว่าจริงๆแล้วพ่อแม่ของนางาโตะไม่ใช่พวกกองกำลังนินจาจึงบอกว่าพวกเค้า ไม่รู้ว่ายังมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในสนามรบนี้ด้วย

หนึ่งในนั้นพูดขึ้น:   "ขอโทษด้วยนะเจ้าหนู"

ทันใดนั้นด้านนอกก็เกิดขึ้นพายุฝน แสงสว่างจากฟ้าผ่าทำให้สัญลักษณ์บนที่คาดหน้าผากปรากฏชัด...นินจาโคโนะฮะ !

นางาโตะ: "อา!!!!!!!!!!!!!!!"

เนตรสังสาระปรากฏขึ้น

 

 

edit @ 17 Apr 2009 20:58:57 by Naruto Chapter TH